ธงประจำชาติของเกาหลีใต้ เป็นรูปของหยิน และหยาง แสดงถึงด้านสว่าง (สีแดง) และด้านมืด (สีน้ำเงิน) หรือจะเปรียบเทียบเป็นร้อน และเย็นก็ได้ โดยภาพจะสมมาตร ทั้ง 2 ส่วน แต่ละมุมจะแสดงถึง สวรรค์ โลก ไฟ และน้ำ
ด้านศาสนา คนเกาหลีสามารถเลือกนับถือศาสนาได้อย่างอิสระเสรี โดยส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธ และลัทธิขงจื้อ เป็นต้นแบบของปรัชญาที่นำมาพัฒนาสังคม และวัฒนธรรมของประเทศเกาหลี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เริ่มมีการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ ที่มาจากทางฝั่งตะวันตก ทำให้คนเกาหลีบางส่วนหันไปนับถือศาสนาคริสต์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ประวัติศาสตร์เกาหลี
ประวัติศาสตร์ของเกาหลีเริ่มตั้งแต่ 5 แสนปีก่อน
ขอเริ่มต้นด้วยเรื่องเล่าเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเกาหลี ที่มีอยู่ในพงศาวดารว่า มีบุตรแห่งสวรรค์ท่านหนึ่งนามว่า วานึง ได้ปกครองโลกมนุษย์ ในตอนนั้นเองได้มีสัตว์ 2 ตัว คือหมี และเสือ เป็นเพื่อนกัน ทั้งคู่มีความฝันที่จะเป็นมนุษย์ และได้สวดมนต์อ้อนวอนขอให้ตนได้เป็นมนุษย์ในชาตินี้เป็นเวลานาน วานึงได้เห็นความมุมานะ ของหมี และเสือ คู่นี้ จึงลงมาช่วยเหลือ และได้สัญญาไว้ว่าจะแปลงร่างสัตว์ทั้ง 2 นี้ให้เป็นมนุษย์ แต่ต้องทำตามข้อสัญญาให้ได้ 1 ข้อ คือ ทั้งหมี และเสือ จะต้องเข้าไปบำเพ็ญเพียรภาวนาในถ้ำห้ามออกนอกปากถ้ำ เป็นเวลา 100 วัน และกินได้แต่กระเทียม และผักขม เท่านั้น ทั้งสองยินดีที่จะปฏิบัติตาม แต่เวลาผ่านไปไม่กี่วัน เสือก็ทนไม่ได้ เพราะไม่ได้กินเนื้อเลย ทำให้ออกจากถ้ำด้วยความสิ้นหวังเป็นตัวแรก และหมดสิทธิ์ที่จะได้รับพรให้เป็นมนุษย์ แต่หมีนั้นมีความพยายามอย่างมาก อดทนมาได้จนถึงวันที่ 21 วานึงก็สงสาร และได้แปลงร่างหมีให้เป็นหญิงสาว หน้าตาสวยงามมาก ผ่านไประยะนึง หญิงสาวคนนั้นก็ได้กลับมาขอให้ วานึง หาคู่ครองให้ตน เพราะตนอยู่คนเดียวแล้วเหงา เนื่องจากความสวยงามของหญิงสาว ทำให้วานึงได้ตกหลุมรักนาง และได้แต่งงานกับนาง ตั้งแต่นั้นมา จนนางได้ให้กำเนิดทายาท ชื่อ ดันกุน เป็นบุตรชาย สง่าผ่าเผย ดันกุนนี้คือผู้ก่อตั้งอาณาจักรโชซอนโบราณ (โคโชซอน) เป็นอาณาจักรแรกของเกาหลีที่ถือกำเนิดมาในยุค 2,000-4,000 ปีก่อน เรียกได้ว่าเป็นยุคกำเนิดของชาวเกาหลีเลยก็ว่าได้
หลังจากนั้นราวๆ 2,000 ปีก่อน (หลังยุคโคโชซอน) ก็ได้มีการแบ่งแยกออกเป็น 3 อาณาจักรใหญ่ๆ คือ โคกูเรียว แพ็กเจ และชิลลา มีการสู้รบกันมาตลอด ประมาณปี คริสตศักราชที่ 6 อาณาจักรชิลลา ก็ได้ปราบปราม 2 อาณาที่เหลือ รวมเป็นหนึ่งเดียวบนคาบสมุทร และเป็นการรวมมือกับราชวงศ์ของประเทศจีนในสมัยนั้นคือราชวงศ์ถัง ถือได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองมากของวัฒนธรรมเกาหลี โดยเฉพาะด้านพุทธศิลป์ ซึ่งมีให้เห็นในพิพิธภัณฑ์หลายที่ในเกาหลียุคต่อมาคือ โคเรียว มาจากรากศัพท์ โคกูเรียว เนื่องจากนายพลของโคกูเรียวได้รวบรวมไพร่พลที่แพ้สงคราม มาตั้งอาณาจักรบัลแฮขึ้น (ช่วงปี ค.ศ. 918-1392) หลังจากที่ยุคชิลลาเริ่มเสื่อมโสมลง ยุคนี้ได้เริ่มมีการติดต่อกับตะวันตกผ่านทางประเทศจีนบ้างแล้ว ทำให้มีการพัฒนาด้านการค้าเพิ่มมากยิ่งขึ้น
และก็เข้าสู่ยุคสมัยโชซอนเป็นยุคสุดท้ายของราชวงศ์เกาหลีมีการปฏิรูปในทุกด้านอย่างเอาจริงเอาจัง มีความก้าวหน้าในทุกๆด้าน สมัยโชซอน (ช่วงปี ค.ศ. 1392-1910) สิ้นสุดลงเนื่องจากตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศญี่ปุ่นยาวนานถึง 35 ปี จนญี่ปุ่นแพ้สงคราม และได้ถอนทหารออกจากคาบสมุทรเกาหลี ทำให้เกิดการแบ่งแยกเกาหลีออกเป็น 2 ส่วนคือเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ เกิดสงครามเกาหลีขึ้น และได้ทำสนธิสัญญาสงบศึกขึ้นใน ปี ค.ศ.1953 โดยมีเขตปลอดทหารคั่นระหว่างกลาง เกาหลีใต้ได้จัดตั้งรัฐบาลขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีการพัฒนาประเทศอย่างมากในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างมากประเทศหนึ่งของโลก และเป็นประเทศในเอเชียที่เคยได้เป็นเจ้าภาพร่วมกับประเทศญี่ปุ่นในการจัดแข่งขันฟุตบอลโลก ในปี ค.ศ. 2002 และได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี ค.ศ. 1988 และการจัดงานระดับโลกอีกหลายๆงาน
สภาพภูมิประเทศ
ภูมิประเทศเกาหลีใต้
เกาหลีใต้ ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเกาหลี ทอดตัวไปทางทิศใต้ สู่มหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของทวีปเอเชีย มีความยาวประมาณ 1,000 กิโลเมตร และกว้างประมาณ 200 กว่ากิโลเมตร ด้านบนติดกับเกาหลีเหนือ บนคาบสมุทรเกาหลี จะแบ่งออกเป็นเกาหลีเหนือ (ปกครองระบบคอมมิวนอสต์) และเกาหลีใต้ (ปกครองระบบประชาธิปไตย) มีเส้นขนานที่ 38 กั้นระหว่าง 2 ประเทศด้วยเขตปลอดทหารสภาพภูมิประเทศของเกาหลีใต้ ราว 70% เป็นเทือกเขา ทำให้เกาหลี ถือว่าเป็นประเทศที่มีเทือกเขามากที่สุดประเทศหนึ่ง ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากสถานที่เที่ยวต่างๆ โดยตลอดชายฝั่งด้านตะวันออกจะอยู่ติดกับทะเลจีนตะวันออก หรือทะเลญี่ปุ่น แนวตะวันออกจะเป็นเทือกเขาสูงชัน ลาดตัวลงสู่ทะเล ทางด้านซ้ายติดกับทะเลเหลือง (Yellow sea) พื้นที่ค่อยๆลาดลงสู่ฝั่ง ทำให้ฝั่งตะวันตก และทางด้านใต้ จะเป็นพื้นที่ทำเกษตรกรรมหลักของประเทศ ประกอบด้วย 9 จังหวัด (โด) มีเมืองหลวงคือ กรุงโซล และมีเมืองทั้งหมด 77 เมือง (ซี) 88 มณฑล (กุน) ประกอบด้วยเมืองสำคัญ 6 เมือง คือ พูซาน แทกู อินชอน ควางจู แทจอน และอุลซาน
ฤดูกาลต่างๆในเกาหลี
ฤดูกาลต่างๆในเกาหลีใต้
ภูมิอากาศ ของประเทศเกาหลีใต้ จะแบ่งออกเป็น 4 ฤดู แต่ละฤดูจะมีความยาวนานประมาณ 3 เดือน คือ
การแต่งกายในช่วงฤดูหนาว เสื้อผ้า เครื่องกันหนาว ควรเตรียมให้พร้อม ทั้งลองจอน โอเวอร์โค๊ด เสื้อโค้ทขนสัตว์ เสื้อยืดหนักกางเกงที่อบอุ่น ผ้าพันคอ ถุงมือ ที่สวมปิดหูกันหนาวขนสัตว์ รองเท้าที่ทำจากขนสัตว์ เตรียมไว้ให้มากที่สุดไว้ก่อน ช่วงนี้จะมีแฟชั่นตอนรับลมหน้าออกมาทุกปี มีสีสันสดใส หนุ่มสาวเกาหลี จะใส่เดินโชว์กันอย่างสวยงาม

การแต่งกายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ควรสวมเสื้อผ้าสบายๆ มีแจ็คเก็ตทับก็เพียงพอแล้ว เวลากลางวันก็เริ่มยาวนานขึ้น เสื้อผ้าเลือกแบบไม่ต้องหนามาก กางเกงยืน ร้องเท้าหุ้มส้น หรือแต่งตามแฟชั่นแบบสบายๆ เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย เหมาะกับการออกนอกบ้านเที่ยวตามสถานที่เที่ยวต่างๆ

การแต่งกายในช่วงฤดูร้อน ควรเป็นชุดที่สวมใส่สบายๆ กางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุด แว่นตากันแดดและหมวกตามแฟนชั่นต่างๆ หรืออาจจะมีเสื้อแจ็คเก็ตบางๆสักตัว เผื่อบางช่วงฝนตก แล้วทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงมาได้ นักท่องเที่ยวควรจะเช็คพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง เพราะถือได้ว่าเป็นฤดูที่มาฝนตกมากที่สุด

การแต่งกายในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายที่สุดของเกาหลีใต้ ควรใส่เสื้อผ้าที่หนาพอควร และมีเสื้อกันหนาวหนาๆสักตัว เนื่องจากที่เกาหลีมีลมแรง กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มสน ตามร้านขายเสิ้อผ้าทั่วไปจะเริ่มมีเสื้อผ้าแฟนชั่นตอนรับลมหนาวกันบ้างแล้ว
